4 วีรกรรม สุดเก๋าของ ‘ดิโอโก้ มาราโดน่า’ที่ทำให้เขากลายเป็นตำนาน

4 วีรกรรม

 4 วีรกรรม สุดเก๋าของ ‘ดิโอโก้ มาราโดน่า’ที่ทำให้เขากลายเป็นตำนาน

4 วีรกรรม

4 วีรกรรม สุดเก๋าของ ‘ดิโอโก้ มาราโดน่า’ที่ทำให้เขากลายเป็นตำนาน ทุกคนอาจจะรู้จักตำนานหัตถ์พระเจ้าเท่านั้น ที่ ดิเอโก้ มาราโดน่า ได้สร้างเอาไว้ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้อีกหลายวีรกรรมที่ตำนานผู้ล่วงลับได้สร้างเอาไว้สมัยยังมีชีวิตอยู่ ว่าเขาได้ชีวิตได้อย่างสุดขั้วแค่ไหน และซึ่งทำให้เขาสร้างเรื่องไว้มากมายทั้งในและนอกสนามแบบไม่มีสิ้นสุด ไปรับชมกันได้เลย

เตะฟุตบอลในคุกให้ มาเฟียอย่างเอสโคบาร์ ชม

4 วีรกรรม

เอสโคบาร์ มีคุกส่วนตัวที่ชื่อว่า ‘’La Catedral’’ ที่มีทั้งสนามฟุตบอล ที่ย่างบาร์บีคิว และจัดปาร์ตี้ แถมยังมีบ้านส่วนตัวที่ถูกสร้างไว้เพื่อให้ครอบครัวและคนสนิทที่จะเข้ามาเยี่ยมเจ้าตัว และหนึ่งในนั้นคือ มาราโดน่า นั่นเอง เอสโคบาร์ได้ เชิญ มาราโดน่า มาร่วมงาน ปาร์ตี้ และเตะฟุตบอลเพื่อเรียกเหงื่อและสนุกสุดเหวี่ยงกับประสบการณ์ใหม่ ซึ่งหลังจากปาร์ตี้ได้จบลง มาราโดน่า ยืนยันว่าเป็นค่ำคืนที่สุดยอดคืนหนึ่งของเขาเลยทีเดียว

‘’ เราลงแข่ง ทุกคนมีความสุขมาก ในคืนนั้นเรามีปาร์ตี้กับสาวสวยอย่างมากมาย แบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต เพราะที่นี่มันคือคุก ผมไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น และในเช้าวันต่อมาเขาก็จ่ายเงินให้ผม และกล่าวคำอำลา’’

ตำนาน ‘’หัตถ์พระเจ้า’’

เรื่องฟุตบอลน่าสนใจ

และนี้คือหนึ่งใน 4 วีรกรรม ที่ทำให้หลายคนรู้จัก มาราโดน่า ในฟุตบอลโลกปี 1986 ที่จัดขึ้นที่ประเทศ เม็กซิโก มาราโดน่า เป็นตัวแบกความหวังของคนทั้งประเทศ ด้วยการเป็นทั้งดาวยิงและกัปตันทีม

เขาพาทีมผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายและต้องโคจรมาพบกับทีมชาติอังกฤษ และอย่างที่ทุกคนทราบตำนาน’’หัตถ์พระเจ้า’’ ได้เกิดขึ้นในนาทีที่ 50 ของเกม ในขณะที่เกมกำลังสูสีและเสมอกันอยู่ 0-0 มาราโดน่าได้กระโดดเอามือปัดบอลในขณะที่ลูกบอลกำลังลอยอยู่บนอากาศ สุดท้ายบอลได้กลิ้งเข้าประตูไปในที่สุด ในขณะที่ทุกคนกำลังตกใจและงง อยู่นั่น มาราโดน่า เริ่มเล่นสงครามจิตวิทยากับกรรมการ

‘’ ผมรีบวิ่งไปดีใจก่อนเป็นอันดับแรก และรอให้เพื่อนร่วมทีมเข้ามาร่วมแสดงความดีใจด้วย แต่ไม่มีใครวิ่งเข้ามาสักคน ผมเลยตะโกนบอกเพื่อนร่วมทีมว่า รีบวิ่งมาเร็ว ๆ สิโว้ย ไม่งั้นเราจะอดได้ประตู ‘’

หลังจากนั้นไม่นาน ขณะที่ทีมชาติอังกฤษกำลังเมาหมัด มาราโดน่า ก็ได้โชว์ลากหลบผู้เล่นอังกฤษ 5 คน เข้าไปยิง จนผู้บรรยายฟุตบอลโลกในวันนั้นต้องอุทานออกอากาศว่า ‘’มาราโดน่า คุณยังเป็นมุนษย์อยู่หรือเปล่า ? ‘’

ทำให้นัดนี้อาร์เจนติน่า ผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์ 2-1 และเดินทางเข้าไปถึงการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนั้นได้สำเร็จ และทุกครั้งที่สัมภาษณ์ มาราโดน่า จะพูดประโยคเดิมว่า ‘’ ไม่ใช่มือผม แต่นั้นมันคือหัตถ์ของพระเจ้า’’

ยกปืน’’ขู่’’ นักข่าวที่ตามสัมภาษณ์

เรื่องฟุตบอลน่าสนใจ

มาราโดน่า หลังจากที่เขาโดนไล่กลับบ้านก่อนเวลาในทีมชุดฟุตบอลโลก 1994 นักข่าวทั่วประเทศก็ได้ตามล่าตัวเขาเพื่อขอสัมภาษณ์ กับแทบพลิกแผ่นดิน เพราะอยากได้คำตอบจากปากของเขา

นักข่าวตามตัว มาราโดน่า ที่อยู่ในกรุงบัวโนสไอเรสจนเจอ แต่อารมณ์ตอนนั้นของเขาไม่พร้อมที่จะตอบคำถามจากใคร มาราโดน่า ซึ่งกำลังอยู่ใน อาการเมา เพราะหลังจากที่นักข่าวไล่ตัวเขาได้ไม่นาน เขาเลยตัดสินยกปืนไรเฟิลขึ้นมา ขู่ นักข่าว พร้อมกับตะโกนว่า

‘’ ออกไปนะโว้ย ถ้าตามมาอีก กูจะยิงพวกมึงแน่นอน ‘’

ซึ่งนักข่าวยังไม่ทันได้พูดอะไร มาราโดน่า ไม่ได้แค่ขู่เท่านั้น เพราะเขาทำงานลั่นปืนใส่นักข่าวที่พยายามเข้ามาสัมภาษณ์เขา เขายิงไป 4 นัด แต่โชคดีที่ว่าปืนที่เขายิงเป็นเพียงปืนอัดลมเท่านั้นทำให้นักข่าวคนนั้นบาดเจ็บแค่เล็กน้อย

และสุดท้ายหลังจากเรื่องราวครั้งนั้น มาราโดน่า ก็ถูกแจ้งความจับ และเหตุการณ์ดังกล่างทำให้เขาต้องติดคุกไปถึง 2 ปี 10 เดือนเลยทีเดียว

ลงเล่นฟุตบอลโลก.. แต่โดนส่งกลับก่อนเวลา

เรื่องฟุตบอลน่าสนใจ

ในฟุตบอลโลกปี 1994 ซึ่งตอนนั้น มาราโดน่า อายุปาเข้าไป 33 ปีแล้ว แต่เขายังคงเป็นตัวความหวังของทีมอาร์เจนติน่าเช่นเคย เขาสวมปลอกแขนกัปตันทีมลงสนาม แถมยังยิงได้อีก 1 ประตู ในเกมที่ทีมของเขาเขาชนะทีมชาติ กรีซ หลังจากเขาสามารถพังประตูได้ เขาได้วิ่งไปดีใจที่กล้องถ่ายทอดสดและทำสีหน้าที่สะใจสุด ๆ ราวกับรู้ว่านี้คือลูกสุดท้ายในนามทีมชาติของเจ้าตัว

หลังจากจบเกมได้มีการตรวจโด๊ปของนักเตะทั้ง 2 ทีม และ มาราโดน่า ซึ่งเจ้าตัวกำลังตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการติดโคเคนอย่างหนัก ก็ถูกพบว่ามีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย ทำให้เขาโดนตัดสิทธิ์ออกจากแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนั้น และโดนส่งตัวกลับประเทศในเวลาต่อมา

หลังจากเขาถูกส่งตัวกลับบ้าน มาราโดน่า ได้ออกมาบอกกับสื่อว่าสารที่ตรวจพบในร่างกายของเขาไม่ใช่ยาเสพติดแต่อย่างใด แต่มันคือเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อ Rip Fuel ของอเมริกาที่ผสมสารต้องห้ามในการแข่งขัน

สุดท้ายทีมอาร์เจนติน่า ต้องตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการแพ้ให้กับ โรมาเนีย และหลังจากนั้น มาราโดน่า ก็ไม่เคยถูกเรียกติดทีมชาติอีกเลย

และนี้คือส่วนหนึ่งของวีรกรรมสุดกวนของตำนานที่พึ่งล่วงลับจากเราไป มีทั้งดี-และไม่ดีบ้าง แต่สุดท้ายเขาก็ยังคงเป็นเป็นตำนานตลอดไปสำหรับแฟนบอลทุกคน

 

อ่านข่าวฟุตบอล ::  เรื่องฟุตบอลน่าสนใจ

ติดตาม Facebook fans page :: Superkick365

error: Content is protected !!